4 ความเข้าใจผิดในการลดหย่อนภาษี

 

ช่วงนี้กระแสช็อปช่วยชาติมาแรง หลาย ๆ คนบอกว่ามีสิทธิ์ช็อปลดหย่อนภาษีได้ แถมยังทำให้เกิดเงินหมุนเวียนสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศชาติ อย่างนี้อิฉันช๊อบบบบบชอบบบบบ โดยเฉพาะป้าแม้นกะป้าเมาท์เพื่อนบ้านเจ่เจ้ รีบไปออกของกันใหญ่ นึกว่า ROV ตีป้อม

 

ที่น่าหวาดเสียว คือ หลาย ๆ คนมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษี เหมือนกับที่เราเข้าใจผิดเรื่องที่ว่าคุณแอนแฟนชาคริตรวยแสนล้านกันเลยทีเดียวคร่า ดังนั้น ก่อนไปช็อปช่วยชาติ อ่านตรงนี้ก่อนนะคะ จะได้วางแผนภาษีถูก เอาล่ะคร้า!! มาดูกันว่าความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดมีอะไรบ้าง

 

1. เข้าใจวิธีการคำนวนภาษีผิด

อันนี้เจ่เจ้เห็นหลายคนเข้าใจเรื่องวิธีการคำนวนภาษีเงินได้ผิดค่ะ เช่น ป้าแม้นมีรายได้ทั้งปีสุทธิ (รายได้หลังหักค่าลดหย่อน) 800,000 บาท ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ต้องเสียภาษี 20% ก็คิดว่าตัวเองต้องเสียภาษี (800,000 x 20)/100 = 160,000 บาท ซึ่งอันนี้ไม่ถูกนะคะ

 

ข้อเท็จจริง

การคิดภาษีเงินได้ คิดแบบขั้นบันได (อัตราก้าวหน้า) อย่างป้าแม้นก็ไม่ได้เสียภาษี 800,000 บาททั้งก้อนคร่า มาดูกันค่ะว่าภาษีอัตราก้าวหน้าเนี่ยคิดยังไง ก่อนอื่นมาดูตารางอัตราภาษีก่อนค่ะ

ขั้นภาษี

เงินได้สุทธิ (บาท)

ช่วงเงินได้สุทธิของแต่ละขั้น

อัตราภาษี (ร้อยละ)

ภาษีเต็มขั้นที่ต้องจ่าย (บาท)

1

              1 ถึง 150,000

150,000

ได้รับยกเว้น

0

2

   150,001 ถึง 300,000

150,000

5

7,500

3

   300,001 ถึง 500,000

200,000

10

20,000

4

   500,001 ถึง 750,000

250,000

15

37,500

5

   750,001 ถึง 1,000,000

250,000

20

50,000

6

1,000,000 ถึง 2,000,001

1,000,000

25

250,000

7

2,000,001 ถึง 5,000,000

3,000,000

30

900,000

8

5,000,001 บาทขึ้นไป

-

35

ขึ้นกับเงินได้สุทธิ

ข้อมูลจาก: http://www.rd.go.th/publish/fileadmin/user_upload/borkor/borkor_120160.pdf

 

คราวนี้มาดูค่ะ ว่าจริง ๆ แล้วป้าแม้นต้องเสียภาษีเท่าไร ดูที่เจ้ไฮไลท์สีเหลืองนะคะ ตรงนั้นคือขั้นภาษีที่ป้าแม้นไปถึง โดยป้าแม้นจะต้องเสียภาษีตั้งแต่ขั้นที่ 1 – 5 และแต่ละขั้น อัตราภาษีก็ต่างกัน โดยจะต้องเสียภาษีดังนี้ค่ะ

ขั้นที่ 1 ได้รับยกเว้น => เสียภาษี 0 บาท

ขั้นที่ 2 – 4 เสียเต็มขั้น => เสียภาษี 7,500 + 20,000 + 37,500 = 65,000 บาท

ขั้นที่ 5 ไม่เต็มขั้น (เอาเงินได้ส่วนที่เหลือ 50,000 บาท มาคิดภาษี) => 50,000 x 20% = 10,000 บาท

ดังนั้น ป้าแม้นไม่ได้เสียภาษี 160,000 บาทนะคะ แต่เสียภาษีแค่ 65,000 + 10,000 = 75,000 บาทเองคร่า งี้ถ้าใครเข้าใจผิด จะลดหย่อนซะจนเกินความจำเป็นเลย เพราะนึกว่าตัวเองเสียภาษีเยอะคร่า

 

2. ‎คิดลดหย่อนภาษีผิดวิธี

ข้อนี้เป็นที่ถกเถียงของเด็ก ๆ จบใหม่ที่ไม่เคยทำงานไม่เคยคิดภาษีหรือแม้แต่คนที่ทำงานมายาวนานเป็นสิบ ๆ ปี แต่ไม่เคยดูแลเรื่องภาษีของตัวเองคร่า โดยเฉพาะช่วงช็อปช่วยชาติเนี่ย นังส้มจี๊ดเด็กเจ้เองมันยังเข้าใจไม่ถูกเลยคร่า มันเข้าใจผิดว่าลดหย่อนภาษี 10,000 บาท เนี่ยหมายถึง นางสามารถเอาเงิน 10,000 บาทที่ได้รับการลดหย่อนไปหักออกจากภาษีที่ต้องจ่ายเลย

ถ้าเขียนเป็นสมการของนังส้มจี๊ดจะเป็นแบบนี้คร่า

ภาษีที่ต้องจ่าย = ภาษีที่ต้องเสียจากเงินได้ตลอดปี - ค่าลดหย่อน ⇒ ผิด

เช่น ถ้านังส้มจี๊ดต้องเสียภาษี 20,000 บาท นางช็อปช่วยชาติไป 5,000 นางก็จะเสียภาษีแค่ 15,000 บาท ซึ่งจริง ๆ สมการนังส้มจี๊ดคิดผิดค่ะ

ข้อเท็จจริง

การหักลดหย่อนภาษี คือ การเอารายจ่ายรายการที่ได้ลดหย่อนไปหักจากเงินได้พึงประเมิน ไม่ได้หักจากภาษีที่ต้องเสีย จริง ๆ แล้วสมการเป็นแบบนี้ค่ะ

ภาษีที่ต้องจ่าย = (เงินได้ - ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี (คิดเป็นขั้นบันไดตามข้อ 1)

ดังนั้น การช็อปช่วยชาติ ซิสต้องดูนะคะ ว่าฐานภาษีซิสอยู่ตรงไหน จะลดหย่อนได้กี่บาท เช่น ถ้าซิสตกฐาน 10% ช็อปไป 10,000 บาท ก็ประหยัดภาษีได้ประมาณ 1,000 บาทเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่ 10,000 บาทคร่า อย่าเอาไปลงอ่างเพลินเพราะคิดว่าลดหย่อนภาษีได้ผิด ๆ แบบนังส้มจี๊ดนะคร้า

 

3. แนวคิดในการลดหย่อนภาษีที่ผิดโดยคิดว่าชั้นจะลดหย่อนให้เต็มจนไม่ต้องจ่ายภาษีเลย

ข้อสามนี่เจ้เจอบ่อยคร่า เจ่เจ้ตอนแรก ๆ เองก็เป็นนะคะ ตอนจบใหม่ ๆ ทำงานเนี่ย ความคิดเจ้คือ “คอยดู ชั้นต้องลดหย่อนภาษีจนไม่ต้องเสียภาษีให้ได้” พอศึกษาไปศึกษามา เอ...มันเป็นไปแทบไม่ได้เลยนี่นา

ข้อเท็จจริง

การลดหย่อนภาษีให้พิจารณาตามความจำเป็น โดยพิจารณาจากคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ค่ะ เพราะอะไรเหรอคะ ซิสลองย้อนกลับไปดูอัตราการเสียภาษีตามข้อ 1 จะเห็นได้ว่ายิ่งฐานภาษีสูง ยิ่งต้องจ่ายภาษีมาก และถ้าหนูต้องการลดหย่อนจนไม่ต้องเสียภาษีเลยเนี่ยหนูต้องหักลดหย่อนให้เงินได้สุทธิเหลือไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี แล้วซิสลองคิดดูค่ะ อย่างป้าแม้นเงินได้สุทธิ 8 แสนบาท จะต้องลดหย่อนเพิ่ม 650,000 บาท จะลดหย่อนยังไงคะ แล้วซื้อผลิตภัณฑ์ลดหย่อนภาษีซะขนาดนั้น

 

ซึ่งถ้านางซื้อผลิตภัณฑ์การเงินขนาดนั้น จะเหลือเงินใช้แค่เดือนละ

150,000 / 12 = 12,500 บาท

ถามเถอะค่ะ สวย รวย เชิ่ดอย่างนาง จะอยู่ไหวไงคร้า 

 

4. หัก ณ ที่จ่าย 3% แล้วไม่ต้องเสียภาษีเพิ่มแล้ว

อันนี้ฟรีแลนซ์ต้องระมัดระวังค่ะ เนื่องจากฟรีแลนซ์เนี่ยปกติจะโดนหัก ณ ที่จ่ายกันเยอะ แล้วคิดว่าตัวเองไม่ต้องเสียภาษีเพิ่มแล้ว ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่คร่า

ข้อเท็จจริง

ฟรีแลนซ์ยังต้องยื่นภาษีเงินได้นะคะ แม้จะมีการเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% แล้ว หากฐานภาษีของซิสคิดออกมาแล้วมันมากกว่าเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่จ่ายไป ซิสต้องจ่ายเพิ่มนะคะ ยกตัวอย่างเช่น เปี๊ยก สายควัน ทำงานทั้งปี โดนหัก ณ ที่จ่ายไป 30,000 บาท แต่คิดออกมาแล้วต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 70,000 บาท เปี๊ยกต้องจ่ายภาษีเพิ่ม

70,000 – 30,000 = 40,000 บาท เลยคร่า

 

เอาล่ะค่ะ เจ่เจ้หวังว่าปีหน้าเจ่เจ้จะไม่ต้องมาอธิบายเรื่องเดิม ๆ ให้ป้าแม้น ป้าเมาท์ ละก็นังส้มจี๊ดฟังอีกแล้วนะคะ ถ้ามาถามอีก เจ่เจ้จะเอาบทความนี้ให้พวกนางอ่าน ส่วนซิสเอง ถ้าเจอคนเข้าใจผิด อธิบายแล้วไม่ฟัง ก็ลองเอาบทความให้เพื่อน ๆ ซิสอ่านละกันคร่า ถ้ายังเถียงอีก เจ่เจ้ว่า ก็ปล่อยไปเถอะค่ะ

 

ส่วนใครถ้าอยากทำประกันลดหย่อนภาษีก็เข้าไปช็อปช่วยเจ้ที่เว็บ EJ-Fin.com ได้เลยคร่า แล้วก็อย่าลืมกดไลค์เพจเจ้ด้วยนะคะ บัยยยยย

บทความที่เกี่ยวข้อง

บำนาญปีละ 1,000,000 สร้างได้สไตล์ฟรีแลนซ์

มาดูกันคร่าว่า ชาวฟรีแลนซ์จะสามารถสร้างเงินบำนาญหลังเกษียณปีละ 1 ล้านบาทได้ยังไงมั่ง อ่านเพิ่มเติม


เก็บเงิน 500,000 ให้ลูกตั้งตัวหลังเรียนจบง่าย ๆ สไตล์เจ้

ซิสคระ วันก่อนเจ้มานั่งคิด ถ้าเจ้มีลูกแล้วอยากเก็บเงินให้ลูกหลังเรียนจบเอาไว้เป็นขวั อ่านเพิ่มเติม


เจ้ขอร้อง!!! ถ้าจะตาย อย่าพา (การเงิน) ครอบครัวตายไปด้วย

เจ่เจ้ไปงานศพมามันเศร้า แสนเศร้า ลูกเมียคนตายก็ร้องห่มร้องไห้ บอกพี่ไปแล้วหนูจะอยู่ย อ่านเพิ่มเติม